4 ข้อควรรู้! ก่อนเซ็นสัญญาเช่าคอนโด ไม่โดนโกงและอยู่สบาย
การค้นหาห้องพักในฝันอาจเป็นเรื่องสนุก แต่ขั้นตอนการเซ็นสัญญามักเป็นยาขมสำหรับหลายคน การเช่าคอนโดไม่ใช่แค่การจ่ายเงินแล้วหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ แต่คือการทำนิติกรรมที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย หากไม่อ่านสัญญาให้ดีจากสวรรค์อาจกลายเป็นนรกได้เมื่อถึงเวลาย้ายออก ไม่ว่าจะเป็นการถูกริบเงินประกันอย่างไม่เป็นธรรม หรือต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมที่ไม่ได้ก่อ เพื่อให้การอยู่อาศัยของคุณราบรื่นและอุ่นใจ ดังนั้นก่อนเซ็นสัญญาควรเช็กลิสต์ 4 ข้อนี้ที่ผู้เช่าต้องรู้และตรวจสอบก่อนจรดปากกาเซ็นสัญญาเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตัวเองและไม่โดนโกง
1.สิทธิ์และหน้าที่ของผู้เช่าคอนโดที่ควรรู้
สัญญาเช่า คือ กฎหมายระหว่างคุณกับเจ้าของห้อง สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือขอบเขตสิทธิ์การใช้งาน คุณมีสิทธิ์ใช้พื้นที่ส่วนกลางได้เต็มที่หรือไม่? และหน้าที่ในการดูแลทรัพย์สินมีขอบเขตแค่ไหน? ตามหลักการสากลผู้เช่ามีสิทธิ์ที่จะอยู่อาศัยอย่างสงบสุขโดยปราศจากการรบกวนจากเจ้าของห้อง ตราบใดที่ยังปฏิบัติตามสัญญา
เงื่อนไขการต่อสัญญาและการแจ้งย้ายออก
ตรวจสอบระเบียบการแจ้งย้ายออกให้ชัดเจน โดยทั่วไปมาตรฐานสากลและในไทยกำหนดไว้ที่ 30 ถึง 60 วัน ก่อนหมดสัญญา หากคุณย้ายออกก่อนกำหนดหรือแจ้งช้ากว่าที่ระบุอาจส่งผลให้ถูกริบเงินประกันได้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขปกติเพื่อชดเชยค่าเสียโอกาสของเจ้าของห้อง

2.เงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้า
ในการเช่าคอนโดธรรมเนียมปฏิบัติของไทยมักใช้สูตร ประกัน 2 เดือน + ล่วงหน้า 1 เดือน เงินก้อนนี้ไม่ใช่ค่ากินเปล่าแต่เป็นหลักประกันความเสียหาย
กรณีใดบ้างที่ถูกริบเงินประกันค่าเช่า
ปัญหาสุดคลาสสิก คือ การตีความคำว่า ความเสียหาย ซึ่งเจ้าของห้องมีสิทธิ์หักเงินประกันได้เฉพาะกรณีที่มีความเสียหายจริงหรือค้างค่าเช่าเท่านั้น แต่ไม่สามารถหักเงินจากความเสื่อมสภาพจากการใช้งานปกติได้ เช่น สีผนังซีดลงตามกาลเวลาหรือรอยขีดข่วนเล็กน้อยที่พื้น ดังนั้นควรถ่ายรูปสภาพห้องก่อนเข้าอยู่ไว้เป็นหลักฐานเสมอ
3.รายละเอียดค่าใช้จ่ายแฝง
อย่าดูแค่ค่าเช่ารายเดือน แต่ต้องดูต้นทุนแฝงอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะ
- ค่าส่วนกลาง ซึ่งปกติเจ้าของห้องจะเป็นผู้รับผิดชอบ ควรระบุในสัญญาให้ชัดเจน
- ค่าที่จอดรถ รวมอยู่ในสิทธิ์ของห้องหรือต้องจ่ายเพิ่มกับนิติบุคคล?
การเรียกเก็บค่าน้ำค่าไฟที่ 'ไม่เป็นธรรม'
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการคิดค่าไฟเป็นไปตามบิลการไฟฟ้าหรือเป็นการคิดแบบเหมาจ่ายโดยเจ้าของห้อง ซึ่งอาจแพงกว่าความเป็นจริง ในปัจจุบัน สคบ.มีกฎหมายควบคุมเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เช่า

4.การซ่อมแซมและบำรุงรักษา
นี่คือจุดที่มีปัญหาและทะเลาะกันบ่อยที่สุด ควรแบ่งความรับผิดชอบให้ชัดเจนดังนี้
- ผู้เช่า
รับผิดชอบความเสียหายเล็กน้อยที่เกิดจากการใช้งาน เช่น หลอดไฟขาด ท่อน้ำตันจากเศษอาหารหรือความเสียหายจริงที่เกิดจากผู้เช่ากระทำ - เจ้าของ
รับผิดชอบความเสียหายเชิงโครงสร้างหรืออุปกรณ์ที่เสื่อมตามอายุไข เช่น เครื่องปรับอากาศพัง ท่อน้ำรั่วซึมในผนัง
สิทธิ์ในการปรับปรุงหรือตกแต่งห้อง
โดยทั่วไปการเช่าคอนโดจะมีข้อห้ามเรื่องการเจาะผนังหรือทาสีใหม่ หากต้องการตกแต่ง ควรเลือกใช้วัสดุที่รื้อถอนได้ง่ายและต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของห้องก่อนเสมอ
สรุปข้อควรระวังในสัญญา ควรมีอะไรบ้าง
ก่อนเซ็นสัญญาเช่าคอนโดทุกครั้ง ให้ระวังข้อสัญญาที่เอาเปรียบ เช่น
- ค่าปรับล่าช้าที่สูงเกินจริง ควรเป็นดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนด
- การเข้าตรวจห้องโดยไม่แจ้ง เจ้าของห้องไม่มีสิทธิ์ไขกุญแจเข้ามาโดยพละการ ต้องมีการนัดหมายล่วงหน้า เพื่อเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้เช่า
หากคุณกำลังมองหาคอนโดเช่าคุณภาพดีหรือต้องการที่ปรึกษาที่ช่วยดูแลเรื่องสัญญาให้เป็นธรรมและถูกต้อง Asset World ยินดีให้บริการ เพื่อให้การเช่าคอนโดของคุณเป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย และไร้กังวล
บทความโดยทีมงาน Asset Worldผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมายาวนาน เราพร้อมดูแลและมอบบริการที่ดีที่สุด เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า |





