กู้ซื้อบ้านไม่ผ่านทำไงดี? 5 วิธีแก้ปัญหาและเตรียมตัวใหม่
ความฝันในการซื้อบ้านสักหลังอาจต้องสะดุดลงเมื่อได้รับจดหมายหรือโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่า สินเชื่อของคุณไม่ได้รับการอนุมัติ และเป็นสถานการณ์ที่บั่นทอนกำลังใจอย่างมาก แต่ไม่ใช่แค่คุณคนเดียวที่เจอเรื่องนี้ เพราะในปัจุบันสถาบันการเงินมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยสูงขึ้น เนื่องจากความเข้มงวดของมาตรการปล่อยกู้ แต่อย่าเพิ่งถอดใจ การกู้ไม่ผ่านในรอบแรกๆ ไม่ได้หมายความว่าประตูสู่การมีบ้านจะถูกปิดตาย Asset World จะพาคุณไปวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงและ 5 วิธีแก้ไขที่จะเปลี่ยนคำว่า ไม่อนุมัติ ให้เป็น อนุมัติ ในการยื่นกู้รอบต่อไป
กู้บ้านไม่ผ่าน เพราอะไร
ก่อนจะแก้ปัญหา เราต้องรู้ปัญหาของเราก่อนว่า ธนาคารปฏิเสธคุณด้วยเหตุผลอะไร? ส่วนใหญ่มักหนีไม่พ้น 4 เรื่องหลักดังนี้
- ประวัติทางการเงิน
เคยค้างชำระหนี้ ผิดนัดชำระ หรือติดเครดิตบูโร ซึ่งคะแนนเครดิตคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ผู้ให้กู้ใช้ประเมินความเสี่ยง - ภาระหนี้ต่อรายได้สูงเกินไป
มีหนี้ผ่อนรถ บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคลรวมกันสูงเกินกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด - ความมั่นคงของรายได้
อาชีพฟรีแลนซ์ หรือค้าขายที่ไม่มีการเดินบัญชีสม่ำเสมอ หรืออายุงานยังไม่ถึงเกณฑ์ - เอกสารไม่ครบถ้วน
ขาดหลักฐานแสดงที่มาของรายได้ที่ชัดเจน

กู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน ต้องทำยังไง
เมื่อรู้สาเหตุแล้วให้ตั้งสติแล้วเริ่มซ่อมประวัติตาม 5 ขั้นตอนนี้ เพื่อเตรียมตัว ซื้อบ้านรอบใหม่อย่างมั่นใจ
ตรวจสอบและแก้ไขประวัติเครดิตบูโรทันที
สิ่งแรกที่ต้องทำคือขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรของตนเอง เพื่อดูว่ามีบัญชีไหนค้างชำระ หากพบยอดค้างต้องรีบนำเงินไปปิดบัญชีให้เรียบร้อย และต้องรอเวลาโดยทั่วไปควรรอประมาณ 3-6 เดือนหลังจากปิดหนี้แล้ว เพื่อให้สถานะบัญชีในระบบอัปเดตเป็นปกติก่อนยื่นกู้ใหม่
จัดการภาระหนี้สินเดิมเพื่อลดภาระ DSR
ธนาคารจะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้หรือสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ โดยสัดส่วนหนี้รวมทั้งหมดไม่ควรเกิน 40-60% ของรายได้ต่อเดือน หากคุณมีบัตรเครดิตหลายใบ แนะนำให้โปะหรือปิดบัตรที่ไม่จำเป็น เพื่อลดภาระหนี้ต่อเดือนลง ซึ่งจะช่วยเพิ่มวงเงินกู้ซื้อบ้านได้ทันที
เพิ่มความน่าเชื่อถือทางการเงินด้วยบัญชีออมทรัพย์
สำหรับผู้ที่ไม่มีสลิปเงินเดือนหรือทำอาชีพอิสระ การเดินบัญชีเป็นเรื่องสำคัญคุณควรฝากเงินเข้าบัญชีให้สม่ำเสมอ ตรงเวลาทุกเดือน และต้องมีเงินคงเหลือติดบัญชี ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 6-12 เดือน เพื่อแสดงให้ธนาคารเห็นถึงวินัยทางการเงินและกระแสเงินสดที่มั่นคง
หาผู้กู้ร่วมที่แข็งแรงเพื่อเพิ่มวงเงินซื้อ
หากคำนวณแล้วว่ารายได้ลำพังอาจกู้ไม่ผ่านหรือได้วงเงินไม่พอซื้อบ้าน การหา ผู้กู้ร่วมที่มีประวัติการเงินขาวดี เช่น บิดามารดา คู่สมรสหรือพี่น้องร่วมสายเลือด จะช่วยเพิ่มฐานรายได้รวมและความน่าเชื่อถือทำให้ธนาคารอนุมัติง่ายขึ้น
เตรียมเอกสารใหม่ให้ครบถ้วนและสมบูรณ์
เตรียมเอกสารครบถ้วนและถูกต้องเป็นส่วนที่แสดงให้ธนาคารเห็นถึงความพร้อมและความโปร่งใสทางการเงินของคุณ รวบรวมเอกสารชุดใหม่ให้แน่นปึกกว่าเดิม ดังนี้
- สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน (ตัวจริง)
- หนังสือรับรองเงินเดือน
- เอกสารทวิ 50 หรือ ภ.ง.ด.
- เอกสารแสดงรายได้เสริมอื่นๆ
เมื่อพร้อมแล้วให้ลองยื่นกู้กับธนาคารแห่งใหม่ เพราะแต่ละแบงก์มีเกณฑ์พิจารณาที่แตกต่างกัน

สรุป
การกู้ซื้อบ้านไม่ผ่านเป็นสัญญาณเตือนให้เรากลับมาจัดระเบียบวินัยทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น หากคุณปฏิบัติตาม 5 ข้อนี้อย่างเคร่งครัดโอกาสที่ธนาคารจะเซ็นอนุมัติในรอบถัดไปก็อยู่แค่เอื้อมและหากคุณกำลังมองหาบ้านหรือคอนโดมือสองคุณภาพดี พร้อมคำปรึกษาเรื่องการยื่นกู้ที่ช่วยให้คุณมั่นใจยิ่งขึ้น Asset World ยินดีเป็นเพื่อนคู่คิด ช่วยสานฝันเรื่องบ้านของคุณให้เป็นจริง
บทความโดยทีมงาน Asset Worldผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมายาวนาน เราพร้อมดูแลและมอบบริการที่ดีที่สุด เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า |





